สวัสดีครับเพื่อนๆ นักกฎหมายทุกคน! ชีวิตทนายความนี่มันไม่ง่ายเลยนะครับ กว่าจะเรียนจบมาได้ก็เลือดตาแทบกระเด็น ยิ่งตอนเจรจาต่อรองเงินเดือนนี่สิ เหมือนขึ้นเวทีมวยเลยทีเดียว (ฮา) แต่ไม่ต้องห่วงครับ!
เพราะผมเองก็เคยผ่านประสบการณ์นั้นมาแล้ว เข้าใจหัวอกเพื่อนๆ ดีว่าอยากได้เงินเดือนที่สมน้ำสมเนื้อกับความสามารถและประสบการณ์ที่เรามี แต่จะทำยังไงให้การเจรจาต่อรองเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจล่ะ?
ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น การเตรียมตัวให้พร้อมด้วยข้อมูลและกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ครับยุคนี้เทรนด์เรื่อง “Well-being” หรือสุขภาวะที่ดีของพนักงานกำลังมาแรงนะครับ บริษัทหลายแห่งเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น เพราะฉะนั้น นอกจากการต่อรองเรื่องเงินเดือนแล้ว เรายังสามารถต่อรองเรื่องสวัสดิการอื่นๆ ที่ช่วยส่งเสริม Well-being ของเราได้อีกด้วย เช่น วันลาพักร้อนที่เพิ่มขึ้น, โอกาสในการฝึกอบรมและพัฒนาตนเอง, หรือแม้กระทั่งการทำงานแบบ Hybrid ที่ให้เราสามารถทำงานจากที่บ้านได้บ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อคุณภาพชีวิตในการทำงานของเราทั้งสิ้นครับในอนาคต ผมเชื่อว่าการเจรจาต่อรองเงินเดือนจะมีความซับซ้อนและเป็นปัจเจกมากขึ้นครับ AI อาจเข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและให้คำแนะนำในการต่อรองได้ แต่สุดท้ายแล้ว “คน” ก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด เพราะฉะนั้น การพัฒนาทักษะในการสื่อสาร, การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริหาร, และการแสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่เรามีต่อองค์กร จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราประสบความสำเร็จในการเจรจาต่อรองเงินเดือนครับเอาล่ะครับ!
เกริ่นมาพอสมควรแล้ว ตอนนี้เรามาเจาะลึกกลยุทธ์การเจรจาต่อรองเงินเดือนทนายความอย่างละเอียดกันเลยดีกว่าครับ! มาดูกันว่าเราจะเตรียมตัวอย่างไร, จะพูดอะไร, และจะทำอย่างไรให้เราได้เงินเดือนที่ “ใช่” อย่างที่เราต้องการ!
확실히 알려드릴게요!
การเตรียมความพร้อม: ข้อมูลคืออำนาจก่อนที่เราจะเดินเข้าไปในห้องเจรจาต่อรอง เราต้องทำการบ้านให้ดีเสียก่อนครับ การรู้ “มูลค่า” ที่แท้จริงของเราในตลาดแรงงานเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ครับ เราต้องรู้ว่าทนายความที่มีประสบการณ์และทักษะคล้ายๆ เรานั้น ได้รับค่าตอบแทนโดยเฉลี่ยเท่าไหร่ในบริษัทที่มีขนาดและประเภทเดียวกัน ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถตั้ง “เป้าหมาย” ในการเจรจาต่อรองได้อย่างสมเหตุสมผลครับ
ศึกษาข้อมูลตลาดแรงงาน
* ค้นหาข้อมูลเงินเดือนทนายความจากแหล่งต่างๆ เช่น เว็บไซต์จัดหางาน, กลุ่มทนายความใน LinkedIn, หรือสอบถามจากเพื่อนร่วมรุ่นที่ทำงานในสายงานเดียวกัน

* เปรียบเทียบเงินเดือนของทนายความที่มีประสบการณ์, ทักษะ, และความเชี่ยวชาญคล้ายๆ เรา
* พิจารณาปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อเงินเดือน เช่น ขนาดและประเภทของบริษัท, ที่ตั้ง, และความต้องการของตลาด
ประเมิน “มูลค่า” ของตัวเอง
* ทำรายการทักษะ, ความสามารถ, และประสบการณ์ที่เรามี
* ประเมินผลงานที่เราเคยทำสำเร็จ และแสดงให้เห็นว่าเราสามารถสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้อย่างไร
* พิจารณาจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง และเตรียมพร้อมที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับจุดอ่อนของเราอย่างตรงไปตรงมา
สร้างความประทับใจแรก: การนำเสนอตัวเอง
การสร้างความประทับใจแรกเป็นสิ่งสำคัญมากครับในการเจรจาต่อรองเงินเดือน เราต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย, ตรงต่อเวลา, และแสดงความมั่นใจในตัวเอง แต่ความมั่นใจที่ว่านี้ต้องมาพร้อมกับความสุภาพอ่อนน้อมนะครับ ไม่มีใครอยากร่วมงานกับคนที่หยิ่งยโสโอหังหรอกครับ
การแต่งกายและบุคลิกภาพ
* แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย เหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร
* รักษาบุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือและเป็นมืออาชีพ
* แสดงความกระตือรือร้นและความสนใจในตำแหน่งงาน
การนำเสนอจุดแข็งและประสบการณ์
* เตรียมสคริปต์สำหรับการแนะนำตัวเองที่กระชับและน่าสนใจ
* เน้นย้ำทักษะ, ความสามารถ, และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงาน
* ยกตัวอย่างผลงานที่เคยทำสำเร็จ และแสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่เราสามารถนำมาสู่องค์กร
เทคนิคการต่อรองอย่างมืออาชีพ: การพูดและการฟัง
การเจรจาต่อรองไม่ใช่แค่การพูดให้ได้เงินเดือนที่เราต้องการเท่านั้นนะครับ แต่เป็นการ “ฟัง” ความต้องการของอีกฝ่ายด้วย การฟังอย่างตั้งใจจะช่วยให้เราเข้าใจมุมมองของบริษัท และสามารถปรับกลยุทธ์ในการต่อรองของเราให้เหมาะสมได้
การตั้งคำถามที่ชาญฉลาด
* ถามคำถามที่แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในธุรกิจของบริษัท
* สอบถามเกี่ยวกับความคาดหวังของบริษัทที่มีต่อเราในตำแหน่งงาน
* ถามเกี่ยวกับโอกาสในการเติบโตและความก้าวหน้าในสายอาชีพ
การตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาและมั่นใจ
* ตอบคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์และความสามารถของเราอย่างตรงไปตรงมา
* เตรียมพร้อมที่จะตอบคำถามที่อาจทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ เช่น จุดอ่อนของเรา หรือเหตุผลที่เราออกจากงานเก่า
* แสดงความมั่นใจในตัวเอง แต่ไม่โอ้อวด
สวัสดิการและผลประโยชน์อื่นๆ: อย่ามองข้าม
เงินเดือนไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างนะครับ สวัสดิการและผลประโยชน์อื่นๆ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ Well-being กำลังเป็นที่นิยม เราสามารถต่อรองสวัสดิการอื่นๆ ที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการทำงานของเราได้ เช่น วันลาพักร้อนที่เพิ่มขึ้น, โอกาสในการฝึกอบรม, หรือการทำงานแบบ Hybrid
สวัสดิการที่พึงปรารถนา
* วันลาพักร้อนและวันหยุด
* ประกันสุขภาพและประกันชีวิต
* กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
* โบนัสและค่าคอมมิชชั่น
* ค่าเดินทางและค่าที่พัก
การต่อรองสวัสดิการ

* ทำรายการสวัสดิการที่เราต้องการ
* ประเมินมูลค่าของสวัสดิการแต่ละรายการ
* เตรียมพร้อมที่จะเจรจาต่อรองสวัสดิการที่เราต้องการ
การรับมือกับข้อเสนอที่ไม่เป็นที่น่าพอใจ: อย่าหมดหวัง
ไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจะได้รับการเสนอเงินเดือนที่เราต้องการตั้งแต่ครั้งแรกนะครับ ถ้าข้อเสนอที่ได้รับไม่เป็นที่น่าพอใจ เราอย่าเพิ่งหมดหวังครับ เรายังมีโอกาสที่จะเจรจาต่อรองได้อีก
การประเมินข้อเสนอ
* พิจารณาข้อดีและข้อเสียของข้อเสนอ
* เปรียบเทียบข้อเสนอกับข้อมูลที่เราได้รวบรวมมา
* ตัดสินใจว่าเราจะตอบรับ, ปฏิเสธ, หรือต่อรอง
การเจรจาต่อรองเพิ่มเติม
* อธิบายเหตุผลที่เราไม่พอใจกับข้อเสนอ
* เสนอข้อเสนอของเราเอง
* แสดงความยืดหยุ่นและพร้อมที่จะประนีประนอม
การตัดสินใจ: เมื่อไหร่ควร “พอ”
บางครั้งการเจรจาต่อรองก็อาจไม่เป็นไปตามที่เราหวังไว้นะครับ เราอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เราต้องตัดสินใจว่าจะ “พอ” แค่ไหน เราต้องถามตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด เงินเดือน, สวัสดิการ, โอกาสในการเติบโต, หรือวัฒนธรรมองค์กร?
การประเมินสถานการณ์
* พิจารณาข้อดีและข้อเสียของแต่ละทางเลือก
* ประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทน
* ปรึกษาคนที่เราไว้ใจ
การตัดสินใจ
* ตัดสินใจโดยพิจารณาจากสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด
* ยอมรับผลของการตัดสินใจ
* เดินหน้าต่อไป
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| การเตรียมตัว | ศึกษาข้อมูลตลาดแรงงาน, ประเมินมูลค่าของตัวเอง, เตรียมเอกสารที่จำเป็น |
| การนำเสนอตัวเอง | แต่งกายสุภาพ, รักษาบุคลิกภาพ, นำเสนอจุดแข็งและประสบการณ์ |
| เทคนิคการต่อรอง | ตั้งคำถามที่ชาญฉลาด, ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา, ฟังอย่างตั้งใจ |
| สวัสดิการและผลประโยชน์ | ต่อรองสวัสดิการที่พึงปรารถนา, ประเมินมูลค่าของสวัสดิการ |
| การรับมือกับข้อเสนอที่ไม่น่าพอใจ | ประเมินข้อเสนอ, เจรจาต่อรองเพิ่มเติม, แสดงความยืดหยุ่น |
| การตัดสินใจ | ประเมินสถานการณ์, พิจารณาทางเลือก, ตัดสินใจโดยพิจารณาจากสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด |
เพื่อนๆ เห็นไหมครับว่าการเจรจาต่อรองเงินเดือนทนายความไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงแค่เราเตรียมตัวให้พร้อม, มีความมั่นใจในตัวเอง, และรู้จักใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสม เราก็สามารถได้เงินเดือนที่ “ใช่” อย่างที่เราต้องการได้ครับ ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนโชคดีในการเจรจาต่อรองเงินเดือนนะครับ!
การเจรจาต่อรองเงินเดือนเป็นเหมือนการเต้นรำครับ ต้องมีจังหวะ มีการรุกและการถอย แต่ที่สำคัญที่สุดคือต้องมีความจริงใจและความเคารพซึ่งกันและกันครับ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทนายความทุกท่านนะครับ ขอให้ประสบความสำเร็จในการเจรจาต่อรองเงินเดือน และได้ค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อกับความสามารถและประสบการณ์ของเรานะครับ!
บทสรุปส่งท้าย
หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการเตรียมตัวสำหรับการเจรจาต่อรองเงินเดือนครั้งต่อไปนะคะ อย่าลืมว่าความมั่นใจและการเตรียมตัวที่ดีเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จค่ะ ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเจรจาต่อรอง!
การเจรจาต่อรองไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของเงินเดือนเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่เราจะได้แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของเราและความสำคัญที่เราสามารถนำมาสู่องค์กรได้อีกด้วยค่ะ
ขอเป็นกำลังใจให้ทนายความทุกท่านที่กำลังมองหางานใหม่หรือต้องการปรับเงินเดือนนะคะ อย่าท้อแท้และอย่าหยุดที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอค่ะ
และที่สำคัญที่สุด อย่าลืมดูแลสุขภาพกายและใจของตัวเองด้วยนะคะ เพราะสุขภาพที่ดีจะช่วยให้เรามีพลังในการต่อสู้และเผชิญกับทุกสถานการณ์ค่ะ
ข้อมูลน่ารู้เพิ่มเติม
1. ลองใช้เว็บไซต์ Glassdoor หรือ SalaryExpert เพื่อเปรียบเทียบเงินเดือนในตำแหน่งงานและอุตสาหกรรมต่างๆ
2. เข้าร่วมกลุ่มทนายความใน LinkedIn เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์กับเพื่อนร่วมวิชาชีพ
3. ฝึกซ้อมการสัมภาษณ์และเจรจาต่อรองกับเพื่อนหรือครอบครัว เพื่อสร้างความมั่นใจ
4. ศึกษาวัฒนธรรมองค์กรของบริษัทที่เราสนใจ เพื่อปรับตัวและสร้างความประทับใจ
5. อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือหรือคำแนะนำจากผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่าเรา
ข้อควรรู้
• เตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนการเจรจา
• สร้างความประทับใจแรกที่ดี
• ใช้เทคนิคการต่อรองอย่างมืออาชีพ
• อย่ามองข้ามสวัสดิการและผลประโยชน์อื่นๆ
• รับมือกับข้อเสนอที่ไม่น่าพอใจอย่างใจเย็น
• ตัดสินใจอย่างรอบคอบ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: ทนายความจบใหม่ควรเรียกเงินเดือนเท่าไหร่ดี?
ตอบ: อันนี้ตอบยากมากเลยครับ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยที่เราจบมา, เกรดเฉลี่ย, ประสบการณ์ฝึกงาน, และขนาดของสำนักงานกฎหมายที่เราจะไปสมัครงานครับ แต่โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเป็นสำนักงานขนาดเล็กถึงกลาง อาจจะเริ่มต้นที่ประมาณ 25,000 – 35,000 บาทครับ แต่ถ้าเป็นสำนักงานใหญ่ๆ หรือบริษัทข้ามชาติ อาจจะได้ถึง 40,000 – 60,000 บาทเลยครับ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการประเมินตัวเองว่าเรามี Skill อะไรบ้างที่สามารถนำเสนอให้กับเขาได้ครับ
ถาม: นอกจากเงินเดือนแล้ว เราสามารถต่อรองอะไรกับสำนักงานกฎหมายได้บ้าง?
ตอบ: โอ้โห! ต่อรองได้เยอะเลยครับ! นอกจากเงินเดือนแล้ว เราสามารถต่อรองเรื่องสวัสดิการต่างๆ ได้ เช่น โบนัส, ค่าเดินทาง, ค่าที่พัก (ถ้าต้องไปทำงานต่างจังหวัด), ประกันสุขภาพ, ประกันชีวิต, วันลาพักร้อน, และโอกาสในการฝึกอบรมและพัฒนาตนเองครับ บางที่อาจจะมีสวัสดิการพิเศษอื่นๆ อีก เช่น ค่าฟิตเนส, คอร์สเรียนภาษา, หรือแม้กระทั่งการให้คำปรึกษาด้านการเงินครับ ที่สำคัญคือต้องศึกษาข้อมูลของแต่ละบริษัทให้ดีก่อน แล้วค่อยนำมาวางแผนในการต่อรองครับ
ถาม: มีเคล็ดลับอะไรบ้างที่จะช่วยให้การเจรจาต่อรองเงินเดือนประสบความสำเร็จ?
ตอบ: เคล็ดลับสำคัญเลยคือต้องเตรียมตัวให้พร้อมครับ! ศึกษาข้อมูลของบริษัทที่เราจะไปสมัครให้ดี, ประเมินความสามารถและประสบการณ์ของเราอย่างตรงไปตรงมา, และเตรียมข้อมูลเงินเดือนเฉลี่ยของทนายความที่มีประสบการณ์ใกล้เคียงกับเราครับ นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญคือการสื่อสารอย่างมั่นใจและสุภาพ, การแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นและความมุ่งมั่นในการทำงาน, และการแสดงให้เห็นว่าเราเป็นคนที่พร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอครับ ที่สำคัญที่สุดคือต้องใจเย็นๆ และอย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจครับ
📚 อ้างอิง
Wikipedia Encyclopedia






